Page 23 - แหล่งหิน
P. 23
1-14
่
รูปท 1.20 ชนดของรอยคดโคง
ี
้
ิ
้
ก. รอยคดโคงเทลงแนวเดยว (Monocline)
ี
่
ข. รอยคดโคงแบบประทุนคว า (Anticline)
้
ค. รอยคดโคงแบบประทุนหงาย (Syncline)
้
่
5.2 รอยเลอน (Fault)
ื
ี
รอยเลอน เกดขึ้นเมอหินถูกความเคนหรอมแรงมากระทาจนมความเครยดเกนขดพลาสติก หินจะ
ื
ื่
ิ
้
ี
ิ
ี
ี
่
ื
ื่
ี่
ื่
แตกหักและเคลอนทออกจากกัน ปกติการเคลอนทของหินจะเกดในทิศทางขนานกับรอยเลอน รอยเลอน
ี่
ิ
ื่
ื่
ิ
้
้
็
ิ
ื่
เกดขึ้นไดกับหินทุกชนิด แต่เห็ นไดชัดเจนทสุดในหินชั้นเพราะหินชั้นเกดเปนชั้นๆ เห็นไดชัด รอยเลอนมักจะ
ี่
้
ิ
ี
เกดในทลึกๆ แต่บางคร้งอาจปรากฎใหเห็นบรเวณผิวโลก รอยเลอนมขนาดตั้งแต่ไม่ถึงเซนติเมตรจนถึง
้
ื่
ี่
ั
ิ
ื่
ี่
ื่
็
หลายกโลเมตร การพิจารณาการเลอนของหินนั้นเปนการยากทจะทราบว่าหินดานไหนเคลอนท หินดานไหน
้
ิ
้
ี่
ี่
ื่
ื
่
้
็
ื่
อยูนิ่ง หรอเคลอนทไปพรอมๆ กัน ดังนั้นการพิจารณาการเลอนของหินจึงเปนการพิจารณาการเลอนแบบ
ื่
์
สัมพันธกันทั้งสองขาง
้
ู
ี่
่
่
ื
5.2.1 สวนตาง ๆ ของรอยเลอน (ดูรปท 1.21)
่
ี
็
ี่
ื่
1) ระนาบรอยเลอน (Fault Plane) เปนผิวของรอยแตกทมการเลอนเกดขึ้น การเคลอนท ี่
ื่
ิ
ื
่
ื่
ุ
ี
้
ื่
ิ
ของหินทั้งสองขาง จะเกดตามผิวของระนาบรอยเลอน ตามธรรมชาติมักมผิวขรขระ ระนาบรอยเลอน อาจ
่
ื
ี
อยูในแนวดิ่ง หรอแนวเชยงทามุมกับแนวระดับ
ี่
2) แนวเสนรอยเลอน (Fault Line) คือแนวเสนตามแนวราบทเกดจากการตัดกัน ของ
ิ
้
่
ื
้
ื
ื่
ระนาบรอยเลอน กับพ้นผิวโลก
่
ี่
้
ื่
3) หินดานฐาน (Foot Wall) ส่วนของหินทอยูดานใตของของระนายรอยเลอน
้
้
ื่
4) หินเพดาน (Hanging Wall) คือส่วนของหินทอยูดานบนของระนาบรอยเลอน
ี่
่
้
็
ื่
5) มมเทของรอยเลอน (Dip) เปนมุมทระนาบรอยเลอนทากับแนวระดับ
ี่
ื
่
ุ
็
ื่
6) มมกลบของรอยเลอน (Hade) เปนมุมทระนาบรอยเลอนทากับแนวดิ่ง
ี่
ื
ั
ุ
่

